วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ก่อนการมาเป็น บ้านริมแคว แพริมน้ำ
ต่อ จากบทที่2 ผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ ศ 2513 เรียนคณะเกษตร ปี 13 14 15 16 เป็นปีที่ ประเทศไทย ปกครองโดยชนชั้นปกครอง ผมเรียนไป ศึกษาไป ผมมีเพื่อนต่างคณะมากมาย ผมเป็นนักกิจกรรม ปี 14 ผมได้รับเลือกให้เป็น ประธานชมรม สหภูมิ มีนักศึกษา จาก 8 จังหวัด ภาคกลางเป็นสมาชิก ผมเรียนไม่ค่อยเก่ง เท่าไร แต่อาศัย ความขยันอย่างเดียว ผมมีคนรัก มีแฟน ตอนปลายปี 1 เธอคนนั้น ก็คือ คุณ อุไร แม่ที่แสนดีของบุตร ชายทั้ง 3 คนของผม เรารักกันมาก เราคือ คู่ผ้ว ต้วเมีย ที่มี ห้วใจดวงเดียวกัน คุณ อุไร จบ คณะมนุษย์ ผมจบเกษตร หลังจบมา1 ปี พ ศ 2518 ผมก็แต่งงาน ตอนเรียน ที่มช ผมใช้ชีวิต นักศึกษา อย่างคุ้มค่าที่สุด คือเป็นผู้นำนักศึกษา ในหลายๆ กรณี จวบจนจบออกมา ก็มาเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงในสังคม เพราะจบเกษตรออกมา ออกมาก็มาเป็นชาวไร่อ้อย ชีวิตช่วงนี้ ต้องต่อสู่กับสังคม ชนชั้น อย่างมาก ถูกตามล่า และติดตามจาก ตำรวจสันติบาล ปี พศ 2519 ผมถูกกล่าวหาว่า เป็น คอมมูนิตส์ บ้านผมถูกค้น เตี่ย และแม่ ถูกคุกคาม ปี 19 ผมก็ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ผมได้รับเลือกจาก ประชาชน ในตำบลท่าเรือ ให้เป็นกรรมการสุขาภิบาลท่าเรือ ผมเป็นนักการเมืองท้องถิ่น อยู่ 4 ปี ผมเห็นความสกปรก ของการเมืองท้องถิ่น ที่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้มีอิทธิพล ผมเอาต้วเกือบไม่รอด ถ้าคุณ แม่ ผมไม่เตือน แม่ผม พูดกับผมว่า ; มึงอย่าเอา ไม้ซีก ไปงัด ไม้ซุง ; เพื่อนผมคนหนึ่งถูกยิงตาย ชื่อ นาย วันชาติ รักธรรม ขอให้ วิญญาณ เพื่อน สู่สุขคติ และ ขอบอกเพื่อนให้รู้ ด้วยว่า เพื่อนตายไปแล้วหลายปี ประเทศ เจริญขึ้น แต่ประชาธิปไตย ตำ่ลง ยังมีการปฏิวัติ ยังอยู่ ในชนชั้น ปกครอง ปกครองประเทศ ประเทศ ยังวุ่นวายเหมือนเดิมๆ แต่ปัจจุบัน เขาเรียกพวกนี้ว่า พวก อำมาตย์ ผมทำไร่อ้อย ประมาณ 1200 กว่าไร่ ผมทำลายป่าไม้ไปมากมาย เพื่อปลูกอ้อย ผมขับรถไถ ไถที่ได้ ผมทำงานในไร่ได้ทุกอย่าง ผมยิ่งทำไร่มากขึ้น เท่าไร ผมยิ่งเป็นหนี้ ธนาคารมากขึ้น ผมเป็นลูกชายคนโต ในพี่น้อง 5 คน ผมต้องรับผิดชอบในครอบคร้ว ทุกอย่าง เมื่อผมอายุมากขึ้น ชีวิตผมต้องต่อสู้ ต้องดิ้นรน ในฐานะของเกษตรกร
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น